คุยกับเรา

ผมเป็นสร้างคำว่า เมพขิงๆ เองครับ

June 13, 2016

 

ตามหัวข้อเรื่องนี้เลยครับ เอาเป็นว่าสำหรับสัปดาห์นี้เรามาชิว แบบสบายๆไปด้วยกัน กับการสร้างViral marketing แบบง่ายๆกันครับ ก่อนที่จะอธิบายเรื่องที่มีสาระ (ซึ่งผมไม่ถนัด) มาเอาเรื่องที่เป็นประเด็นฮาเฮ (ซึ่งเป็นของโปรดของผมเลยครับ) กันก่อน ผมว่าหลายๆท่านคงเคยได้ยินประเด็นเรื่องของความวิบัติในภาษาไทยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสำหรับการสื่อสารภายในโลกออนไลน์ ตลอดจนการสนทนาผ่านเครือข่ายรูปแบบต่างๆ อาทิ Line หรือ Facebook ซึ่งลามไปจนถึงการพูดจากันภายในชีวิตประจำวันด้วย โดยมีการใช้รูปแบบของการสะกด หรือการออกเสียงที่ไม่ถูกต้อง อาทิ คำว่า ครัช ซึ่งเป็นการบิดเบือนมาจากคำว่า ครับ อันเป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่น และคอเกมทั้งหลาย ตลอดจนการใช้วลีแปลกๆ อาทิ ตบเกรียนแตก ผมยอมรับเลยครับว่าถึงจะไม่เข้าใจความหมายมันมาก แต่ก็นึกภาพออก และสามารถใช้ในการสื่อสารอะไรบางอย่างได้เป็นอย่างดี

 

เมพขิงๆ เองก็เป็นวลีดังในอดีต ที่พูด และใช้ติดปากกันในหลากหลายช่วงวัย ผมว่ามีคนเป็นหลัก 20 – 30 ล้านคนที่รู้จัก หรือใช้วลีเด็ดอันนี้ แต่รู้หรือไม่ เนื้อในของที่มานั้นช่างว่างเปล่า และไร้สาระสุดๆ ทำไมผมถึงกล้าพูดอย่างนั้นหรือครับ เพราะว่าคนที่สร้างมันขึ้นมาคือผมเองครับ มันเป็นเหตุการณ์เมื่อนานมาแล้ว แต่ผมจำแบบเป้ะๆไม่ได้นะครับว่าช่วงไหน แต่น่าจะมีเหยียบ 10 ปีแน่นอนครับ และที่ผมจำได้แม่นนั่นก็คือ ผมไปตอบกระทู้หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการ์ตูน (น่าจะบากินะ ถ้าจำไม่ผิดครับ) ที่เว็บบอร์ดของพันทิป ผมตอบไปว่า เทพจิงๆ แต่ผมพิมพ์ผิดครับ ท กับ ม และ จ กับ ข มันใกล้กันครับ ก็เลยออกมาเป็น เมพขิงๆ แล้วก็มีคนมาตอบประมาณว่าฮาความเห็นของผมหรือไงเนี่ยแหละ (ตอนนั้นไม่รู้ด้วย ว่ามีคนมาฮาคอมเมนท์นี้) ไม่นานหลังจากนั้นก็โผล่มาไม่หยุดไม่หย่อน ผมงี้อึ้งไปเลยครับ ว่าอะไรกันเนี่ย โคตรจะไม่มีอะไรเลย แต่ทำไมคนมันติดปากกันแบบนั้น

 

วันเวลาผ่านไป ผมเองก็ได้มาทำเรื่องการตลาด ได้รู้จักกับคำว่า Viral marketing ผมถึงได้กลับมานึกถึงคำว่าเมพขิงๆ ถ้าใครสักคนเดินมาถามผมว่าจะสร้างอะไรที่เป็นกระแส หรือติดปากคนนั้นจะต้องทำอย่างไร มันคงไม่ได้มีรูปแบบตายตัว อาจมีหลากหลายวิธีคิด อาทิ กระแสอยู่ที่ว่าปากใครพูด อย่างเช่น ถ้าเป็นคัตโตะ หรือพี่โน้ตอุดมก็คงจะติดปากได้ไม่ยาก หรืออาจจะเป็น การวางรากความคิดที่ดีว่ามันจะโดนใจใครหรือไม่ อย่างไร หรือแม้กระทั่งมาจากความบังเอิญ อย่างเมพขิงๆของผม แต่สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่การมองหาจุดเริ่มต้นของกระแส แต่คือการหยิบฉวยช่วงเวลาดังกล่าวนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อการตลาดที่เราจะทำต่างหาก เพื่อเอามาใช้ต่อยอดทางความคิด และการผสมผสานความเป็นกระแสเข้ากับแมสเสจที่คุณต้องการจะสื่อสารกับตลาด เพราะพึงรู้ไว้เถอะครับ การเกาะกระแสของความงงงวยต่างๆที่ไม่น่าเป็นไปได้ คือการลดต้นทุนของสื่อทุกประเภทที่คุณกำลังดำเนินการเผยแพร่อยู่ได้เป็นอย่างดี โดยตลาดเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาคุณ อีกทั้งยังเปิดใจยอมรับฟังคำพูดต่างๆที่คุณต้องการจะสื่อสารด้วย สบายแฮทั้งขึ้นทั้งร่อง เมพขิงๆ มั้ยล่ะครับ

 

ที่มารูปประกอบ :  f.ptcdn.info

โดย สกนธ์พัฒน์ อดุลยธรรม

 

Please reload

Featured Posts

เบื้องลึกที่นักการตลาดควรรู้ ของ Reaction Buttons ใหม่ของเฟสบุ๊ค

March 2, 2016

1/3
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive
Please reload

Search By Tags