คุยกับเรา

8 เทคนิคการสร้างมูลค่าขายของออนไลน์

June 6, 2016

 

มีคนสอบถามมาเยอะจากบทความที่แล้วเรื่อง Value Base Pricing ว่าเข้าใจนะ แต่ให้ทำยังไงละ ตั้งราคาแพงๆหรอ ซึ่งจริงๆแล้วหลักสำคัญของมันก็คือ “การทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าของที่ซื้อไปคุ้มค่าในสายตาเค้า” ง่ายๆแค่นั้นเองครับ

ผมเลยลองสรุปเป็นตัวอย่าง 8 เทคนิคสร้างมูลค่าเพิ่มในการขายออนไลน์เพิ่มเติมให้นะครับ

 

1. Origin หรือแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบของเรา บอกเลยครับมันดียังไง มันมาจากไหน แล้วทำไมเราถึงเลือกผลิตภัณฑ์นี้มาทำให้ลูกค้าเรา เพราะเราเป็น SMEs มันก็มีจุดดีที่เราปรับตัวได้เร็ว สามารถนำสิ่งใหม่ๆมาตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งการบอกแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบก็เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าได้อีกด้วยครับ เช่น สารสกัดนี้สกัดจากต้นปาล์มในฝรั่งเศส ซึ่งจะมีพื้นที่แค่ในเทือกเขา... เป็นต้นครับ

 

2. Rare เนื่องจากสินค้าเราไม่ Mass อยู่แล้ว ก็ตอกย้ำไปเลย สร้างความขาดแคลนให้ดูหาได้ยากเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าขึ้นไป เพราะตลาดก็ขับเคลื่อนไปตามอุปสงค์อุปทานอยู่แล้ว เช่น หมดแล้วหมดเลย Collection นี้เป็น Limited Edition

 

3. Testimonial หรือการมีตัวอย่างทดสอบ / การทดลองใช้ หรือการรีวิวโดยผู้เคยใช้จริง จะทำให้เห็นว่าสินค้าของเรามีคุณภาพอย่างไร มีความน่าเชื่อถือ มีคนทดลองใช้แล้วเห็นผล ยิ่งถ้าเป็นสินค้าที่เห็นผลทันทีนั้นยิ่งดีใหญ่

 

4. Insight คือถ้าเราเข้าใจถึงเบื้องลึกของลูกค้าเราและตอบสนอง Unmet need ของลูกค้าเราได้โดยที่ยังไม่มีใครสามารถตอบสนองได้ เราจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าของเราได้อย่างมาก แต่เราต้องเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริงว่า จริงๆแล้ว Insight ที่เราค้นพบนั้น จริงแท้แล้วเป็นประเภท Nice to Have (มีก็ดี) หรือ Must Have (จำเป็นต้องมี) ถ้าเป็นอย่างหลังละก็...ประสบความสำเร็จแน่นอนครับ

 

5. Relation การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย คือการบริหารประสบการณ์ของลูกค้า เพราะร้อยทั้งร้อยของการทำธุรกิจจะต้องเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน แต่ตัวแบรนด์จะบริหารปัญหานั้นได้อย่างไร อย่างเช่นขายของออนไลน์ลูกค้าซื้อของไปแล้วรู้สึกไม่ถูกใจเหมือนกันภาพที่เห็นอาจจะต้องบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าแก้ปัญหาของเค้าให้ได้ ซึ่งหัวใจของมันคือ “ลูกค้าทุกคนต้องการ Solution หรือการแก้ไขปัญหา” ถ้าเราทำได้ก็จบครับ

 

6. Physical Evidence ตามหลักการของ Service Marketing เลยครับ เป็นสิ่งที่ผมเล็งเห็นว่าจริงๆแล้วไม่ใช่แค่ธุรกิจบริการเท่านั้นที่ควรทำ แต่ทุกๆธุรกิจควรจะทำหัวข้อนี้เลย เพราะอย่างไรก็ตามทุกธุรกิจต้องมีการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ดังนั้นการทำPhysical Evidence ก็ควรทำในทุกธุรกิจ กล่าวคือ การทำให้นามธรรมกลายเป็นรูปธรรม เช่น ทำให้สินค้าดูใหม่ โดยการใส่ซองพลาสติกใส อาจจะฉีดกลิ่นเฉพาะบางอย่างเพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ไปในตัว (เหมือนเป็นกลิ่นสินค้าใหม่ของแบรนด์เรา) การมีใบ Cer เพื่อเป็นหลักฐานถึงความมีคุณภาพของสินค้าเรารวมถึงการรับประกัน เป็นต้น

 

7. Image ถ้าเรายังเป็นแบรนด์ใหม่หรือยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก บางทีการใช้ Influencer ที่มีบุคลิกภาพตรงกับแบรนด์ของเราช่วยดึงการรับรู้และความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของเรา รวมไปถึงการทำ PR ของตัวแบรนด์เอง หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ก็จะส่งผลถึงความน่าเชื่อถือของแบรนด์ นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ได้เช่นกัน

 

8. Story การเพิ่มมูลค่าด้วย Unique Content ของเราสร้างเป็นเรื่องราวของแบรนด์ สอดคล้องกับ Key Message ที่พยายามจะสื่อสารไปให้ถึงลูกค้าของเรา เน้นความสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะช่วยให้เราสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่แบรนด์ของเราได้เช่นกัน ซึ่งถ้าเป็นในเชิงออนไลน์ผมขอแนะนำบริการ kaikong.online ครับผม

 

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/proudputt

ที่มารูปประกอบ : www.inspirefirst.com

ภัทร เถื่อนศิริ

Please reload

Featured Posts

เบื้องลึกที่นักการตลาดควรรู้ ของ Reaction Buttons ใหม่ของเฟสบุ๊ค

March 2, 2016

1/3
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive
Please reload

Search By Tags